จะสำเร็จ จะกำไร จะเพิ่ม edge อีกหลายข้อสงสัย ทั้งหมด ได้อย่างไร (EP2)

จะสำเร็จ จะกำไร จะเพิ่ม edge อีกหลายข้อสงสัย ทั้งหมด ได้อย่างไร (EP2)

Photo by David Travis / Unsplash

How can we achieve success, profit, and increase our edge, and answer many other questions?

Inversion Thinking สำหรับเทรดเดอร์ — คิดย้อนกลับ เพื่อรอดในตลาด
Inversion Thinking · คู่มือเทรดเดอร์มือใหม่

อย่าถามว่า จะกำไร ได้อย่างไร

เทรดเดอร์ส่วนใหญ่เจ๊งไม่ใช่เพราะขาดความรู้ — แต่เพราะไม่รู้ว่าตัวเองกำลังทำอะไรที่รับประกันความล้มเหลวอยู่

อ่านต่อ

คุณเคยศึกษา indicator มาเต็มที่
แต่พอเทรดจริงยังติดลบอยู่ดีไหม?

เทรดเดอร์มือใหม่ส่วนใหญ่ถามว่า "ฉันจะหาจุดเข้าที่แม่นยำได้อย่างไร?"
แล้วก็วิ่งหา indicator ใหม่ หา strategy ใหม่ หาสัญญาณที่ดีกว่า

แต่สิ่งที่ทำให้เทรดเดอร์ล้มเหลวจริงๆ ไม่ใช่การขาด signal ที่ดี — มันคือสิ่งที่ทำซ้ำๆ โดยไม่รู้ตัว

Charlie Munger หุ้นส่วนของ Warren Buffett บอกว่า เขาไม่ได้ฉลาดกว่าคนอื่น
แต่เขาหลีกเลี่ยงความผิดพลาดได้ดีกว่า — นั่นคือความแตกต่างของเทรดเดอร์ที่รอดกับที่เจ๊ง

"Invert, always invert."
ย้อนกลับ เสมอ ย้อนกลับ

— Carl Jacobi · หลักการที่ Charlie Munger นำมาใช้ในการลงทุน

แทนที่จะถามว่า "ฉันจะเทรดให้กำไรได้อย่างไร?"
ให้ถามว่า "อะไรที่รับประกันว่าฉันจะเจ๊งในตลาดนี้?"

แล้วหลีกเลี่ยงสิ่งนั้นทุกครั้งที่กดออเดอร์

เทรดเดอร์มือใหม่ส่วนใหญ่ถาม
ฉันจะหาจุดเข้า
ที่แม่นยำได้อย่างไร?
Inversion Thinking ถามว่า
อะไรที่ทำให้
เทรดเดอร์เจ๊งแน่ๆ?
ผลลัพธ์
วิ่งหา indicator ใหม่ไปเรื่อยๆ และยังขาดทุนอยู่
ผลลัพธ์
ตัดพฤติกรรมที่ทำลายพอร์ต — กำไรตามมาเอง

ตลาดไม่ได้ฆ่าคุณด้วย
โอกาสที่คุณพลาด — แต่ด้วยความผิดพลาดที่คุณทำซ้ำ

สถิติชี้ว่า เทรดเดอร์มือใหม่กว่า 80% ขาดทุนในปีแรก
ไม่ใช่เพราะตลาดโหดร้าย แต่เพราะทำพฤติกรรมที่ทำลายพอร์ตซ้ำๆ —
โดยไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ

เทรดเดอร์ระดับโปรไม่ได้เก่งกว่าคุณที่การหาจุดเข้าที่สมบูรณ์แบบ
พวกเขาเก่งกว่าที่การ ไม่ทำสิ่งที่ทำลายตัวเอง

การตัด loss ให้ขาดทุก ไม่ revenge trade ไม่ over-leverage — นั่นคือขอบของพวกเขา

01
ระบุเป้าหมายการเทรดให้ชัด

ก่อนใช้ Inversion ต้องรู้ก่อนว่าอยากได้อะไรจากตลาด
เขียนออกมาเป็นประโยคเดียว ชัดเจน วัดได้

✍ "ฉันต้องการรักษาพอร์ตให้โตได้สม่ำเสมอ โดยไม่ drawdown เกิน 10%"
02
ถามให้ย้อนกลับ — อะไรที่จะทำให้เจ๊งแน่ๆ?

ถามตัวเองว่า "ถ้าฉันอยากเจ๊งให้เร็วที่สุด ฉันต้องทำอะไรบ้าง?"
เขียนออกมาทั้งหมด อย่ากรองอย่ากลัว — ยิ่งโหดยิ่งดี

→ เทรดโดยไม่ตั้ง stop loss
→ เพิ่มไซส์หลังขาดทุนเพื่อ "เอาคืน"
→ FOMO กดซื้อตอนราคาวิ่งขึ้นแรงๆ แล้ว
→ Hold ขาดทุนไว้ หวังว่าจะกลับมา
→ เทรดด้วยเงินที่ขาดไม่ได้
03
สร้าง "กฎห้าม" ก่อน "กฎเข้า"

จากทุกสิ่งที่เขียน ทำให้มันกลายเป็น กฎที่ห้ามทำ ในแผนเทรดของคุณ
กฎห้ามที่ชัดเจน + จุดเข้าที่พอใช้ได้ = ระบบเทรดที่รอดได้จริง

→ ห้ามเปิด trade โดยไม่มี stop loss ทุกกรณี
→ ห้าม risk เกิน 1-2% ต่อ trade
→ ห้ามเพิ่ม position หลังขาดทุนติดต่อกัน 2 ครั้ง
→ ห้ามเทรดตอนอารมณ์ยังไม่นิ่ง

ลองเปลี่ยนคำถามทุกข้อที่คุณมีเกี่ยวกับการเทรด
จากการถามว่าจะทำอะไร → เป็นการถามว่าต้องหลีกเลี่ยงอะไร

คำถามของเทรดเดอร์มือใหม่ คำถาม Inversion ที่ควรถาม
จะเลือก indicator ที่แม่นที่สุดได้อย่างไร? อะไรทำให้เทรดเดอร์เชื่อ indicator มากเกินไปแล้วพัง?
จะรู้ได้อย่างไรว่าเมื่อไหรควรเข้า? เข้าออเดอร์แบบไหนที่รับประกันว่าจะขาดทุน?
จะคุม emotion ในการเทรดได้อย่างไร? อารมณ์แบบไหนที่ทำลายการตัดสินใจเทรดทุกครั้ง?
จะสร้าง trading system ที่ดีได้อย่างไร? ระบบเทรดแบบไหนที่ไม่มีทางรอดในระยะยาว?
จะ size position อย่างไรให้กำไรสูงสุด? การ size position แบบไหนที่เป่าพอร์ตได้ใน trade เดียว?
จะรู้ได้อย่างไรว่าควร cut loss หรือ hold? การ hold ขาดทุนในสถานการณ์ไหนที่ทำให้พอร์ตพัง?
ชาเลนจ์สำหรับเทรดเดอร์

ทำก่อน
เปิด trade ครั้งต่อไป

ใช้เวลา 15 นาที ทำสิ่งนี้ก่อนเทรดจริง — มันคือ checklist ที่อาจช่วยรักษาพอร์ตคุณได้

  • เขียนว่าอยากได้อะไรจากการเทรดของคุณในหนึ่งประโยค
  • เขียน 5 สิ่งที่รับประกันว่าจะทำให้คุณเจ๊งในตลาดนี้
  • เลือก 3 สิ่งที่อันตรายที่สุด แล้วทำให้เป็น "กฎห้าม" ที่ชัดเจน
  • ตรวจกฎห้ามก่อนกด order ทุกครั้ง ไม่มีข้อยกเว้น