ระดับการตัดสินใจ
ในการเทรด
5 ระดับที่เทรดเดอร์มืออาชีพใช้ก่อนกด Buy หรือ Sell ทุกครั้ง — ไม่มีทางลัด มีแต่ระบบ
ทำไมต้องมีระบบ
เทรดเดอร์ส่วนใหญ่แพ้ไม่ใช่เพราะกลยุทธ์ผิด แต่เพราะไม่มีกรอบการตัดสินใจ
ในทุก ๆ เทรด สมองจะพยายามหาเหตุผลให้เปิดออเดอร์ — อารมณ์ FOMO, ความกลัว, ความโลภ ล้วนบิดเบือนการตัดสินใจ กรอบ 5 ระดับนี้ออกแบบมาเพื่อให้คุณตัดสินใจจากระบบ ไม่ใช่จากความรู้สึก
เช็คสถานะบัญชีและ Room ที่เหลือ
ก่อนแม้แต่จะดูกราฟ ต้องรู้ก่อนว่าวันนี้คุณมีพื้นที่ขาดทุนได้เท่าไหร่ และมีข่าวใหญ่ที่ต้องระวังไหม
-
Daily Loss เหลือเท่าไหร่วันนี้? 1-Step: Balance เมื่อคืน × 3% = $XXX | 2-Step: × 5%
-
Max Loss เหลือเท่าไหร่? Balance สูงสุดที่เคยได้ ลบ Equity ปัจจุบัน ต้องห่างจาก 10%
-
มีข่าวใหญ่วันนี้ไหม? NFP, FOMC, CPI — ระวังช่วง 2 นาทีก่อน/หลัง (1-Step)
-
Best Day Rule (1-Step) กำไรวันนี้จะทำให้ Best Day เกิน 50% ของกำไรรวมไหม?
หา Setup ที่มี Edge จริง
วิเคราะห์จาก Timeframe ใหญ่ลงมาเล็ก หา Confluence ที่ทำให้ Setup แข็งแกร่ง — ถ้าไม่ชัดให้รอ
-
Trend ใน Timeframe ใหญ่คืออะไร? D1 / H4 ชี้ทิศทางไหน — เทรดตาม Trend เสมอ
-
Key Level อยู่ที่ไหน? Support / Resistance / EMA สำคัญ / Previous High-Low
-
มี Entry Model ที่เชื่อถือได้ไหม? Pattern / Candlestick Signal / Momentum Shift ที่ผ่านการ Backtest
-
Confluence มากพอไหม? ยิ่งมี Factor สนับสนุนมาก ความน่าจะเป็นยิ่งสูง — อย่างน้อย 3 ข้อ
กำหนด Lot Size ก่อนเปิดทุกครั้ง
ห้ามเดา Lot — ต้องคำนวณจาก Stop Loss และ Risk % ที่กำหนดไว้ล่วงหน้า ไม่ใช่จากความรู้สึก
-
กำหนด Risk % ต่อเทรด แนะนำ 1% ($100) สูงสุด 2% ($200) ต่อเทรด
-
วาง Stop Loss ก่อน วาง SL ที่จุด Invalidation จริง แล้วค่อยคำนวณ Lot ตาม
-
สูตร: Lot = Risk ÷ (SL pips × Pip Value) EUR/USD SL 20 pips, Risk $100 → Lot = 100 ÷ (20×10) = 0.50
-
เช็ค RR Ratio ขั้นต่ำ 1:1.5 ถ้า TP ไม่คุ้มกับ SL ให้ยกเลิก Setup นั้น
ตรวจสอบ 4 ข้อก่อน Buy/Sell
ถ้าขาดข้อใดข้อหนึ่ง ให้รอ — ไม่มีการบังคับเทรด ตลาดจะมีโอกาสใหม่เสมอ
-
Trend ตรงกับ TF ใหญ่ เทรดสวนเทรนด์ใหญ่โอกาสแพ้สูงมาก
-
ราคาอยู่ใกล้ Key Level ห้ามซื้อกลางอากาศ — ต้องมีจุดอ้างอิง
-
มี Signal Confirmation รอ Candle ปิด อย่าเข้าก่อน Signal ชัด
-
Daily Loss ยังมี Room พอ ถ้าเปิดแล้วขาดทุนเต็ม ยังไม่หลุด Daily Limit
วางแผนออกก่อนเปิดเสมอ
เมื่อออเดอร์เปิดแล้ว ห้ามตัดสินใจด้วยอารมณ์ — ทุกอย่างต้องเป็นไปตามแผนที่วางไว้ก่อนหน้า
-
Move SL to Breakeven เมื่อกำไรถึง 1×Risk → ย้าย SL มาที่ Entry ทันที
-
Partial Profit (ถ้าใช้) ปิดครึ่งหนึ่งที่ 1:1 แล้วปล่อยส่วนที่เหลือวิ่งต่อ
-
Full Exit ที่ TP ที่กำหนด ปิดที่ Key Level ถัดไป — ไม่ขยับ TP เพราะโลภ
-
ห้ามขยับ SL ให้ไกลขึ้น ถ้าราคาถึง SL = Setup นั้นผิด ยอมรับและออก
สูตรสำคัญ FTMO $10,000
ตัวเลขที่ต้องจำขึ้นใจ
คำนวณใหม่ทุกเที่ยงคืน CET
ยืดหยุ่นกว่า 1-Step
ขยับขึ้นตามกำไร ไม่ลง
สูงสุด 2% = $200
กฎที่ห้ามละเมิด
สิ่งที่ทำให้บัญชีถูกปิดทันที
Equity หลุด Daily Limit
แม้ยังไม่ปิด Position แต่ถ้า Equity (รวม Floating Loss) ต่ำกว่าขีดจำกัด — ถือว่าผิดกฎทันที
⛔ ปิดบัญชีทันทีEquity หลุด Max Loss
Balance สูงสุดที่เคยได้ลบ 10% คือเพดาน — ยิ่งทำกำไรมาก เพดานยิ่งสูงขึ้น ระวังให้มาก
⛔ ปิดบัญชีทันทีCoordinated Trading
ห้ามวางแผนร่วมกับคนอื่นเพื่อให้บัญชีใดบัญชีหนึ่งผ่าน Challenge — ถือเป็นการโกง
⛔ ปิดบัญชีทันทีLatency Arbitrage
ห้ามใช้ข้อมูลราคาที่เร็วกว่าระบบ FTMO เพื่อเทรดก่อนที่ราคาจะอัปเดต
⛔ ปิดบัญชีทันทีBest Day Rule เกิน 50%
เฉพาะ 1-Step — กำไรวันที่ดีที่สุดต้องไม่เกิน 50% ของกำไรรวม ไม่ปิดบัญชีทันทีแต่ถอนไม่ได้
⚡ ถอนเงินไม่ได้จนกว่าจะแก้ให้คนอื่นเทรดแทน
บัญชีต้องใช้เป็นการส่วนตัวเท่านั้น ห้ามให้คนอื่นเข้าถึงหรือเทรดแทน ไม่ว่ากรณีใด
⛔ ปิดบัญชีทันทีเทรดเดอร์ที่ดีไม่ได้เก่งกว่าตลาด — แต่เก่งกว่าตัวเองในวันที่ตลาดวิ่งสวนทาง
— Trading Psychologyระบบเหนืออารมณ์
ทุกการตัดสินใจต้องมาจากกฎที่กำหนดไว้ล่วงหน้า ไม่ใช่จาก FOMO หรือความกลัวพลาดโอกาส
รอ Setup ที่ดีที่สุด
การไม่เทรดในวันที่ไม่มี Setup ที่ดีคือการปกป้องทุน — ไม่ใช่ความขี้เกียจ
Lot ขนาดเดิมทุกเทรด
ห้ามเพิ่ม Lot เพราะมั่นใจมาก หรือลด Lot เพราะกลัว — ความสม่ำเสมอคือกุญแจ
ขาดทุนเป็นเรื่องปกติ
Winrate 50% กับ RR 1:2 ยังทำกำไรได้ — รับขาดทุนได้โดยไม่กระทบจิตใจ
ขั้นตอนก่อนกด Buy / Sell
Checklist 30 วินาทีก่อนเปิดออเดอร์
Daily Limit
ตรงกัน?
Key Level?
ชัดเจน?
Lot แล้ว?
ไหม?
ออเดอร์